หกโมงเย็นวันที่ 5 มกราคม ปราณนต์ ศรีสุวรรณ นักบัญชีวัย 26 ที่กำลังไล่หาผลต่าง 1,250 บาทในงบของลูกค้า ถูกผู้ชาย 3 คนพาตัวจากสำนักงานย่านสะพานควายไปยังท่าธนวาริน ท่าเรือเอกชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีเครนสองตัว โกดังเก้าหลัง และข่าวลือว่าเจ้าของเคยโยนคนลงแม่น้ำ พ่อของเขาหายตัวไปพร้อมหนี้โต๊ะเงินกู้ที่ถูกวงไว้ด้วยปากกาแดง 2,400,000 บาท
แต่ในห้องกระจกเหนือท่าเรือ ขณะที่อาของเจ้าพ่อยิ้มนุ่มและเสนอทางออกที่ฟังแล้วหนาวกว่าแม่น้ำ ปราณกลับขอดูใบเสร็จ นั่งกดเครื่องคิดเลขเก่าของพ่อ 40 นาที แล้วพูดประโยคที่ไม่มีใครในห้องนั้นกล้าพูดมาก่อน คิน ธนวาริน ผู้ชายที่พูดน้อยจนทั้งท่าเงียบเวลาเขาวางตะเกียบ ไล่ทุกคนออกจากห้อง แล้วถามเพียงว่า ผิดตรงไหน
จากลูกหนี้ ปราณกลายเป็นนักบัญชีที่ต้องเปิดสมุดทุกเล่มของตระกูลธนวาริน ตั้งแต่เงินสดค่าเช่าแผงในตลาดค้าส่งผลไม้ตอนตีสาม ใบแจ้งหนี้ค่าซ่อมเครนที่ไม่เคยพัง ไปจนถึงตู้คอนเทนเนอร์ในโกดัง 7 ที่ไม่มีใครกล้าเปิด ยิ่งตัวเลขเรียงตัว ยิ่งชี้ไปหาคนที่คินไม่อยากเชื่อ และยิ่งทำให้ชีวิตของปราณ แม่ และน้องสาว ตกอยู่ในอันตราย
ทุกคืนปราณวางใบแจ้งยอดหนี้ไว้บนโต๊ะไม้สักของเจ้าพ่อ ยอดลดลงทีละ 30,000 บาท โดยไม่รู้เลยว่าด้านหลังทุกใบมีลายมือดินสอของคนที่ไม่เคยพูดความรู้สึกออกมาสักคำ เมื่อหนี้กลายเป็นความไว้ใจ และความไว้ใจกลายเป็นสิ่งที่แพงที่สุดในโลกสีเทาของท่าเรือ ทั้งคู่ต้องเลือกว่าจะปิดบัญชีไว้เพื่อรอด หรือเปิดทุกหน้าให้โลกเห็นแม้ต้องแลกกับทุกอย่าง
นิยายวายมาเฟียกลิ่นไทยแท้ ท่าเรือคลองเตย ตลาดตีสาม ข้าวต้มปลา เงินสดในถุงผ้า เจ้าพ่อพูดน้อยกับนักบัญชีที่สู้ด้วยตัวเลข slow burn เข้มข้น ปลอดภัยสำหรับผู้อ่านทุกคน ไม่มีฉากโจ่งแจ้ง 27 ตอนจบในเล่ม