เช้าวันจันทร์ต้นเดือนมกราคม เมษา ตัวตบหัวเสาเบอร์ 11 ของทีมชาติไทย เดินขึ้นบันไดคลินิกกายภาพเล็กๆ ย่านรามคำแหงด้วยเข่าขวาที่เพิ่งผ่าตัดสร้างเอ็นใหม่มา 6 เดือน สปอนเซอร์ตั้งเงื่อนไขชัด ถ้าไม่มีชื่อใน 14 คนสุดท้ายของศึกชิงแชมป์เอเชียเดือนสิงหาคม สัญญาจบ และบ้านที่เธอผ่อนให้พ่อแม่ที่อุดรธานีก็ยังผ่อนไม่หมด
ประตูห้องด้านในเปิดออก ผู้หญิงทรงบ๊อบสั้นที่ห้อยนาฬิกาจับเวลาสีเงินไว้ที่คอเดินออกมาทักด้วยน้ำเสียงเรียบที่สุดในโลก เมษาจำได้ในวินาทีแรก ธารทราย เบอร์ 7 คู่ปรับสมัยเยาวชน คนที่ล้มลงเหยียบเท้าของเธอที่ล้ำเส้นกลางสนาม ในเซตที่ 5 สกอร์ 13 เท่ากัน เมื่อ 8 ปีก่อน แล้วไม่เคยกลับมาเล่นวอลเลย์บอลอีกเลย
ตอนนี้ธารทรายคือนักกายภาพบำบัดที่พาคนเอ็นไขว้หน้าขาดกลับลงสนามมาแล้วกว่า 30 คน โดยไม่มีใครขาดซ้ำ เธอมีกฎ 3 ข้อที่ท่องทุกเช้า ห้ามรีบ ห้ามโกหกเรื่องตัวเลข และห้ามรักคนไข้ กฎสองข้อแรกทำให้เมษาโมโหแทบทุกวัน ส่วนกฎข้อสุดท้าย ไม่มีใครคิดว่ามันจะสั่นคลอน จนกระทั่งทั้งคู่ต้องยืนอยู่ฝั่งเดียวกันของเน็ตเป็นครั้งแรก
ระหว่างทางกลับลงสนาม มีดาวรุ่งวัย 20 ที่ยืนอยู่ในตำแหน่งของเมษา มีแฟนคลับสองฝั่งที่ตีกันในคอมเมนต์ มีแบรนด์ที่อยากให้เธอหวานและไร้แผล มีโค้ชที่เชื่อแต่ตัวเลข มีเพื่อนร่วมทีมที่กำลังจะเล่นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของชีวิต และมีจดหมายซองหนึ่งที่ถูกเก็บไว้โดยไม่เคยเปิดมานาน 8 ปี
นิยายยูริสายกีฬาที่พาเข้าไปถึงห้องกายภาพ โรงยิม ดาดฟ้าหอพักนักกีฬา และสนามแข่งที่คนดูเต็มทุกที่นั่ง ความรักของผู้หญิงสองคนที่รู้จักรอ รู้จักถอยเมื่อยังไม่ถึงเวลา และรู้ว่าบางเซตไม่ได้ต้องการผู้ชนะ แค่ต้องการให้ได้เล่นจนจบด้วยกัน 28 ตอนเต็ม จบสุข