เช้าวันจันทร์ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปริมลดา ทนายความอาวุโสที่กำลังจะได้เป็นหุ้นส่วนคนใหม่ของสำนักงานเทพประสิทธิ์ ใส่ครุยทนายที่ทางเดินศาลแพ่ง กดฝาปากกาหมึกซึมด้ามสีเขียว 3 ครั้งตามความเคยชิน แล้วเดินเข้าห้องพิจารณาคดีที่ 9 เพื่อแก้ต่างให้บริษัท ศิลาเคมี โรงงานหลอมตะกั่วที่ถูกชาวบ้านริมคลองตะเคียนฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม เรียกค่าเสียหาย 186 ล้านบาท
ทนายฝ่ายโจทก์ที่เดินเข้ามาทีหลังสะพายกระเป๋าผ้าใบเก่า ทรงบ๊อบสั้นมัดครึ่งหัว เชิ้ตขาวพับแขน ชายกางเกงยังเปื้อนโคลนคลอง อัญชิสา ผู้หญิงที่ปริมคบมา 7 ปี และเป็นคนให้ปากกาด้ามนั้น ก่อนจะเดินออกจากชีวิตเธอไปเมื่อ 6 ปีก่อน ในคืนที่ปริมแนะนำเธอกับเจ้านายว่า เพื่อนสมัยเรียน
ในห้องพิจารณา ทั้งคู่เรียกกันว่าทนายโจทก์กับทนายจำเลย นอกห้องพิจารณา อัญตั้งกติกาไว้ 2 ข้อ ไม่คุยเรื่องคดี และไม่คุยเรื่องเรา ข้อแรกไม่มีใครยอมละเมิด เพราะนั่นคือจรรยาบรรณ ส่วนข้อสอง ทั้งคู่แพ้ตั้งแต่นาทีที่ 4
แล้วปริมก็เริ่มเจอสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ บรรทัดดินสอในดัชนีเอกสาร ห้องที่ติดป้ายลอกครึ่งแผ่น บันทึกค้นคว้าที่เธอเขียนเองเมื่อ 3 ปีก่อนแต่จำไม่ได้ว่าให้ใคร และอีเมลฉบับหนึ่งที่ส่งออกไปตอนตี 2 ในนามของเธอ ความจริงที่จะทำให้เด็กริมคลองได้รับความเป็นธรรม อาจเป็นความจริงเดียวกับที่ทำลายทุกอย่างที่ปริมสร้างมา และคนที่ต้องยื่นมันต่อศาล ก็คืออัญ
นิยายยูริสายอาชีพที่พาเข้าไปถึงห้องพิจารณาคดี ห้องไกล่เกลี่ย ชั้น 38 ของสำนักงานกฎหมายย่านสาทร และท่าน้ำไม้ของบ้านยายริมคลอง ความรักของผู้หญิงเก่งสองคนที่ต้องเลือกระหว่างสิ่งที่ถูกกับสิ่งที่อยากได้ และค้นพบว่าบางคดี ชนะไม่ได้หมายความว่าได้ 28 ตอนเต็ม จบสุข