คุณเคยใช้เวลาหลายเดือนทำ ebook สักเล่มไหม ใส่ทุกอย่างที่รู้ลงไปจนหนา 80 หน้า ตั้งราคาอย่างถ่อมตัว แล้วเดือนแรกขายได้ 20 กว่าเล่ม เดือนที่ 3 ขายได้ 2 เล่ม จากนั้นก็เงียบสนิท และวันหนึ่งคุณบังเอิญเจอคนที่ซื้อไป เขายิ้มแหยๆ แล้วบอกว่ายังไม่ได้อ่านเลย ดองไว้อยู่ ถ้าคุณเคยเจ็บแบบนี้ หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ
ความจริงที่คนขายคอร์สไม่ค่อยพูดบนเวทีคือ คนที่ซื้อสินค้าความรู้แบบดาวน์โหลดไปอ่านเองส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านจบ เมื่อไม่จบก็ไม่มีผลลัพธ์ เมื่อไม่มีผลลัพธ์ก็ไม่มีเหตุผลจะกลับมาซื้ออะไรอีก คนขายจึงต้องวิ่งหาลูกค้าใหม่ไปตลอด เหนื่อยขึ้นทุกปี ในขณะที่ความรู้ล้นตลาดขึ้นทุกวัน เพราะวันนี้ใครก็เปิดคลิปฟรีดูได้เป็นร้อยคลิป หรือถามผู้ช่วย AI แล้วได้คำตอบที่เรียบเรียงมาอย่างดีภายใน 10 วินาที โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเลย
เล่มนี้จึงไม่ได้มาเพิ่มความรู้ให้คุณอีกกอง เพราะถ้าปัญหาคือความรู้ล้นตลาด การเพิ่มความรู้ก็ไม่ได้ช่วยอะไร สิ่งที่เล่มนี้พาทำคือการเปลี่ยนภาชนะ จากดาวน์โหลดไปอ่านเอง เป็นลงมือทำแล้วมีคนแก้ให้ เพราะสิ่งที่ AI และคลิปฟรียังทำแทนไม่ได้ คือการดูงานของคนคนหนึ่งแล้วบอกว่าตรงไหนพลาดและควรแก้อย่างไรในบริบทของเขา คนไม่ได้ติดอยู่ที่ไม่รู้ แต่ติดอยู่ที่ไม่รู้ว่าจะเอาสิ่งที่รู้มาใช้กับงานตรงหน้าของตัวเองอย่างไร และช่องว่างตรงนั้นคือที่ยืนของเรา
เนื้อหาเดินครบ 5 ขั้น ขั้นที่ 1 เข้าใจความจริงของตลาดความรู้และเลือกภาชนะให้ถูก ขั้นที่ 2 เลือกหัวข้อที่ขายได้จากผลลัพธ์ที่คนอยากได้ ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากสอน ขั้นที่ 3 ออกแบบสินค้าที่มีวงจรป้อนกลับ ลงมือ ส่งงาน ได้รับการแก้ ทำใหม่ พร้อมวิธีตรวจงานที่ทำให้ผู้เรียนเก่งขึ้นจริงโดยคุณไม่หมดไฟ ขั้นที่ 4 ตั้งราคาจากผลลัพธ์และการเข้าถึงตัวคุณ แล้วขายจริงผ่านช่องทางที่คนไทยใช้ พร้อมเรื่องการรับเงินและภาษีของคนขายความรู้ ขั้นที่ 5 ส่งมอบรุ่นแรก วัดผลด้วยผลลัพธ์ของผู้เรียน และทำให้ไปต่อได้โดยไม่พัง
หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แนวรวยเร็ว ไม่การันตีรายได้ และไม่การันตีว่ารุ่นแรกของคุณจะเต็ม ตัวเลขทุกตัวในเล่มเป็นตัวอย่างเพื่อสาธิตวิธีคิด ผู้อ่านต้องแทนตัวเลขของตัวเองเสมอ เล่มนี้ย้ำชัดว่าอย่าเพิ่งลาออกจากงานประจำก่อนมีหลักฐานว่าขายได้จริงและต่อเนื่อง อย่ากู้เงินมาเริ่ม และการขายความรู้ต้องซื่อสัตย์ ไม่โม้ผลลัพธ์ ไม่สร้างรีวิวปลอม ไม่การันตีสิ่งที่คุมไม่ได้ ส่วนเรื่องภาษีและการจดทะเบียนเป็นข้อมูลทั่วไป ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือนักบัญชีก่อนตัดสินใจเสมอ